ย้อนประวัติศาสตร์ เจาะลึกเรื่องราวเดนิมยีนส์
ไอเท็มประจำตู้เสื้อผ้า กับต้นกำเนิดจากเครื่องแบบคนงานสู่ผลงานแฟชั่นของแบรนด์ดัง
คงจะไม่ผิดที่จะพูดว่า ‘เดนิม’ กลายเป็นไอเท็มหลักในตู้เสื้อผ้าของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว ทั้งกางเกงยีนส์ แจ็คเก็ตเดนิม และเสื้อผ้าอื่นๆ ที่ทำจากผ้าเดนิม แล้วหลายๆ แบรนด์ที่เรามีในตู้ ก็เป็นที่รู้จักของคนรักยีนส์ทั่วโลกอย่าง Levi’s, Diesel และ Lee แต่ก็ยังมีแบรนด์น้องใหม่ที่มียีนส์รุ่นดังๆ ให้เราได้เลือกใส่และได้เลือกสะสมกันอีกมากมาย
เดนิมและเรื่องราวจากอดีตจนปัจจุบัน
แต่กว่าที่เดนิมยีนส์จะกลายมาเป็นไอเท็มฮิตของเหล่าแฟชั่นนิสต้าแบบทุกวันนี้ ก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาอย่างยาวนานกว่า 160 ปี OneSiam จะพาไปทุกคนเดินทางย้อนเวลาไปเจาะลึกประวัติศาสตร์ของเดนิมส์ ตั้งแต่ในยุคเริ่มต้นจนถึงแฟชั่นยีนส์ในปัจจุบัน
1853 – ‘Levi Strauss’ ผู้อพยพชาวเยอรมันได้ก่อตั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าชื่อ Levi Strauss & Co. ขึ้น และที่ซานฟรานซิสโก พวกเขาสร้างชื่อเสียงและทำรายได้จากการขายผ้ายีนส์ที่มีความทนทานได้อย่างมากมาย 
1873 – ผู้อพยพชาวลัตเวีย ‘Jacob Davis’ หนึ่งในลูกค้าของลีวาย ร่วมกันผลิตกางเกง ‘XX’ ซึ่งต่อมากลายเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘Levi 501’ ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นกางเกงยีนส์ตัวแรกของโลกก็ว่าได้ โดยกางเกงยีนส์เหล่านี้จะเพิ่มหมุดโลหะที่กระเป๋าและกางเกง เพิ่มความทนทานในการสวมใส่ให้มากขึ้น
1914 – ‘William Hart’ นักแสดงหนังเงียบกับบทฮีโร่ที่สวมกางเกงบลูยีนส์ในภาพยนตร์คาวบอยยอดนิยม ทำให้ยีนส์ได้รับความสนใจมากขึ้น และนั่นยังเป็นภาพที่ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของสหรัฐ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย
1920s & 1930s – กางเกงยีนส์กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนงานเหมือง คาวบอย และคนงานที่ต้องการเสื้อผ้าที่มีความทนทาน และเมื่อนิตยสาร Vogue ตีพิมพ์ฉบับแรก หน้าปกนางแบบแต่งกายด้วยชุดยีนส์ นั่นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของยีนส์และแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเลยทีเดียว และในปี 1936 ลีวายก็เพิ่มป้ายสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ลงบนกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์
1940s – ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทหารและลูกเรือชาวอเมริกันที่สวมใส่ยีนส์กับเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตแขนสั้นในลุคที่ดูแคชวล กลายเป็นเหมือนพรีเซ็นเตอร์ที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักและสวมใส่ยีนส์กันมากขึ้น
1950s – ภาพยนตร์ฮอลลีวูดใช้ยีนส์เป็นสัญลักษณ์ของการกบฏต่อต้านระบบ วัยรุ่นจึงมักสวมกางเกงบลูยีนส์ตามแบบคนดังในภาพยนตร์อย่าง James Dean และ Marlon Brando และภาพแบดบอยจากภาพยนตร์ที่พวกเขาแสดง ทำให้บลูยีนส์ถูกแบนจากโรงเรียนรัฐบาลบางแห่งในสหรัฐอเมริกา
ยีนส์ที่ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษนี้มีทั้งกางเกงยีนส์ฟอกสีฟ้าอ่อน กางเกงยีนส์สีดำ กับแบรนด์ที่โดดเด่นรวมถึง Levi’s, Lee Cooper และ Wrangler
1960s – นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคฮิปปี้ แล้วกางเกงบลูยีนส์ก็เป็นเสื้อผ้าของคนรุ่นใหม่ แสดงถึงอิสระและความรักที่เปลี่ยนวัฒนธรรมของชาวอเมริกันไปเลย และสำหรับพวกฮิปปี้มันหมายถึงอิสรภาพ ในช่วงเวลานี้ผู้คนจะตกแต่งกางเกงยีนส์ของพวกเขาด้วยการปักด้ายสีสดใส หินสี และการตัดต่อผ้า รวมถึงการแต่งตัวแบบเดนิมทั้งตัว (Double Denim) ก็เริ่มกลายเป็นเทรนด์แฟชั่น ที่ทำให้แจ็คเก็ตยีนส์กลายเป็นไอเท็มหลักประจำตู้เสื้อผ้าของพวกฮิปปี้ไปโดยปริยาย
1970s – ยีนส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรมอเมริกัน หนึ่งในยีนส์ที่โดดเด่นกว่าใครคือกางเกงยีนส์ขาด (ripped jeans) ซึ่งได้รับความนิยมจากวงพังก์ร็อค เช่น The Ramones และนักแสดงหญิง Farrah Fawcett ยังช่วยทำให้กางเกงยีนส์เป็นที่นิยมมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Charlie's Angels’ นอกจากนี้ กระโปรงยีนส์และเสื้อยีนส์ก็เริ่มได้รับความนิยมในยุคนี้ด้วย
1980s – เดนิมลุคเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ศิลปินฮิปฮอปชอบใส่ยีนส์ตัวโคร่งๆ แต่ในทางกลับกัน ศิลปินพังก์ร็อคและเฮฟวีเมทัลชอบกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ ทศวรรษนี้นับเป็นจุดกำเนิดของยีนส์ดีไซเนอร์ พวกเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ เช่น Calvin Klein, Jordache และ Gloria Vanderbilt ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด
1990s – นี่คือยุคของแฟชั่นแนวกรันจ์ที่เราจะเลือกสวมใส่กางเกงยีนส์ในวันสบายๆ รวมทั้งกางเกงยีนส์ของช่างไม้ที่มีหลายช่องและหลายแท็บ ยุคนี้ผู้หญิงก็นิยมใส่กางเกงยีนส์ และสำหรับผู้ชายก็ชอบสวมใส่แบ็กกี้ยีนส์ตามแบบศิลปินฮิปฮอป
2000s – ในช่วงต้นทศวรรษนี้ ป๊อปสตาร์อย่าง Britney Spears และ Christina Aguilera ช่วยทำให้กางเกงยีนส์เอวต่ำฮ็อตฮิตมากขึ้น เดนิมกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วโดยเฉพาะกับสาวๆ มักจะใส่ยีนส์แบบสกินนี่ไปปาร์ตี้ในคืนวันเสาร์ และนวัตกรรมยีนส์ผ้ายืด (stretch jeans) ที่ทำให้เกิดกางเกงยีนส์แบบเลคกิ้ง และทุกคนก็สวมใส่มันไปทุกที่
2010s to Today – ถึงวันนี้เทรนด์แฟชั่นเดนิมยังคงแตกต่างและหลากหลาย โดยกางเกงยีนส์ที่ได้รับความนิยมมากในยุคนี้ คือ กางเกงยีนส์ขาตรงและกางเกงยีนส์เอวสูง แต่ชุดเดนิมที่ได้แรงบันดาลใจจากแนววินเทจก็กลับมาด้วย ทั้งจั๊มสูทและเสื้อคลุมหลวมๆ แล้วการเกิดขึ้นของแบรนด์ยีนส์น้องใหม่ รวมถึงยีนส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ท้าทายให้บริษัทและผู้ผลิตผ้ายีนส์ระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงในตลาด ต่างปรับตัวเพื่อทำให้แฟชั่นยีนส์คงอยู่
จากเครื่องแบบคนงานในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงตอนนี้ เราเห็นเลยว่ากางเกงยีนส์และผ้าเดนิมกลายเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ได้รับการยอมรับที่สุดในปัจจุบัน
จับคู่ความเซอร์แบบมีสไตล์ กับกระเป๋าผ้าและรองเท้าแตะที่แฟชั่นนิสต้าตามหาใน OneSiam
ลุคแคชวลก็ดูคูลขึ้นได้ด้วยไอเท็มเก๋ๆ ที่สะดุดตาในทุกๆ ที่
ที่สุดของความน่ารักกับรองเท้าใส่สนุก ต้อง Jelly Bunny ที่สยามเซ็นเตอร์สิเก๋จริง!
ฝนจะตกอีกกี่ครั้ง รองเท้าเราก็ยังสวยเด่นมาแต่ไกล
Onitsuka Tiger กับแฟล็กชิปสโตร์ใหญ่ที่สุดใน South East Asia เปิดตัวอย่างเป็นทางการ!
ชอบรุ่นไหน ไซส์ไหน ไม่ต้องอดใจไปไกลถึงญี่ปุ่นแล้ว เพราะที่นี่ใหญ่มาก
The Art of Dress to Thrill แต่งให้ปัง กับ Tube Gallery
ใครที่อยากเด่น เหมือนมีไฟสปอตไลต์ฉาย Tube Gallery คือมาสเตอร์แห่งศิลปะการแต่งตัวให้สะกดทุกสายตา